อย่าเป็น “พนักงานขาย” ที่น่ารำคาญ แต่จงเป็น “ที่ปรึกษาอาวุโส” ที่น่าเชื่อถือ
คุณเคยได้รับข้อความใน LinkedIn ประเภทที่ว่า “สวัสดีครับบริษัทเรากำลังรับตำแหน่ง… สนใจไหมครับ?” แล้วคุณก็กดลบทิ้งทันทีไหมครับ?

นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ High Performer ตลอดเวลา พวกเขาถูกรุมจีบจนชาชิน ถ้าคุณใช้วิธี “หว่านแห” เหมือนคนอื่น คุณก็จะกลายเป็นแค่ Noise (เสียงรบกวน) ในกล่องข้อความของเขา
หัวใจของการ Headhunt ไม่ใช่การ “ขายงาน” แต่มันคือการ “สร้างความสัมพันธ์” ครับ
Why it happens: ทำไมคนเก่งถึงไม่ตอบข้อความคุณ?
- Generic Message: ข้อความที่คุณส่งไปดูออกเลยว่า “ก๊อปวาง” ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าคุณทำการบ้านมาว่าเขาเก่งเรื่องอะไร หรือทำไมเขาถึงเหมาะกับตำแหน่งนี้จริงๆ
- Wrong Timing: คุณพยายามปิดการขายเร็วเกินไป ทั้งที่เขายังไม่รู้จักคุณ หรือยังไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องทิ้งบริษัทปัจจุบันที่เขาก็กำลังรุ่งอยู่
- Lack of Authority: คุณสื่อสารเหมือนพนักงานคีย์ข้อมูล ไม่ได้สื่อสารเหมือน “หุ้นส่วนทางกลยุทธ์” ที่เข้าใจทิศทางอุตสาหกรรมและอาชีพของเขา
มุมมองเชิงกลยุทธ์: การเข้าหาแบบ “Value-Driven Approach”
นักล่าระดับท็อปจะไม่ถามว่า “คุณหางานไหม?” แต่จะถามว่า “เส้นทางอาชีพที่คุณวางไว้ในอีก 3 ปีข้างหน้า มีอะไรที่คุณยังขาดอยู่ และผมจะช่วยเติมเต็มมันได้ไหม?”
คุณต้องเปลี่ยนสถานะตัวเองจากคนหางาน มาเป็น Career Agent (ตัวแทนดูแลอาชีพ) ของเขา คุณต้องรู้ว่าเขากำลังทำโปรเจกต์อะไร มีความสำเร็จอะไร และงานของคุณจะไป “ต่อยอด” ความสำเร็จนั้นได้อย่างไร
Practical Actions: 5 ขั้นตอนสะกิดใจ Passive Talent
- The “Hyper-Personalized” Opening: ประโยคแรกต้องพูดถึง “ผลงาน” ของเขาที่ผ่านมา เช่น “ผมเห็นบทความที่คุณเขียนเรื่อง AI Automation ใน LinkedIn แล้วประทับใจมาก มุมมองเรื่อง… ของคุณสอดคล้องกับโปรเจกต์ที่เรากำลังทำอยู่พอดี”
- Sell the “Problem,” Not the “Position”: คนเก่งชอบแก้ปัญหา อย่าบอกว่างานนี้สวัสดิการดี แต่ให้บอกว่า “เรากำลังเจอความท้าทายเรื่อง… และเราเชื่อว่าประสบการณ์ของคุณจะมาเป็นตัวเปลี่ยนเกม (Game Changer) ให้กับเราได้”
- Low Pressure, High Curiosity: อย่าชวนสัมภาษณ์ แต่ให้ชวน “คุยเล่น” หรือ “แลกเปลี่ยนความเห็น” เช่น “ผมอยากชวนดื่มกาแฟสั้นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องทิศทางตลาดปีนี้ โดยยังไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนงานครับ”
- Know Their “Pain Points”: ลองสืบดูว่าคนในตำแหน่งนั้นในบริษัทคู่แข่งมักจะอึดอัดเรื่องอะไร (เช่น ระบบช้า, วัฒนธรรมครอบครัวเกินไป) แล้วนำเสนอว่าบริษัทคุณ “แก้” ปัญหานั้นอย่างไร
- Be a Long-term Partner: ถ้าเขายังไม่พร้อมในวันนี้ อย่าตื๊อ แต่ให้รักษาความสัมพันธ์ไว้ (Keep in touch) ส่งบทความที่มีประโยชน์ไปให้ หรือทักทายในวันสำคัญ วันหนึ่งที่เขา “พร้อม” คุณจะเป็นคนแรกที่เขานึกถึง
Insight จากสนามจริง
มีกรณีที่ Headhunter ระดับโลกใช้เวลา “จีบ” ผู้บริหารคนหนึ่งนานถึง 2 ปี โดยเริ่มจากการส่งข้อมูลเจาะลึกอุตสาหกรรมที่ผู้บริหารคนนั้นสนใจไปให้ทุกเดือน จนกระทั่งวันหนึ่งที่บริษัทเดิมของผู้บริหารนั้นมีการเปลี่ยนโครงสร้างครั้งใหญ่ เขาจึงยกหูโทรหา Headhunter คนนั้นทันที
บทเรียน: ความอดทนและความสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญในการล่าตัว Star Player
Key Takeaways
- Personalization is everything: การบ้านที่คุณทำก่อนทัก คือความเคารพที่คุณมีให้ Candidate
- Strategic Partnering: วางตัวเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่พนักงานขาย
- Patience Wins: การล่าตัวคนเก่งคือเกมยาว ไม่ใช่เกมเร็ว
คำถามชวนคิดทิ้งท้าย: ถ้าวันนี้มีคนทักมาหาคุณเพื่อชวนเปลี่ยนงาน ข้อความแบบไหนที่จะทำให้คุณ “หยุดอ่าน” และ “ยอมตอบ” กลับไป? จงเขียนข้อความแบบนั้นแหละส่งไปหาคนเก่งที่คุณต้องการ
“The Art of Headhunting: เทคนิคเข้าหาคนเก่งที่ไม่หางาน ให้ยอมเปิดใจคุย” กลุ่มเป้าหมาย: Recruiter / HR / ผู้บริหารที่ต้องการดึงตัว Talent โทนบทความ: คม / มีชั้นเชิง / จิตวิทยาธุรกิจ
อย่าเป็น “พนักงานขาย” ที่น่ารำคาญ แต่จงเป็น “ที่ปรึกษาอาวุโส” ที่น่าเชื่อถือ
คุณเคยได้รับข้อความใน LinkedIn ประเภทที่ว่า “สวัสดีครับบริษัทเรากำลังรับตำแหน่ง… สนใจไหมครับ?” แล้วคุณก็กดลบทิ้งทันทีไหมครับ?
นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ High Performer ตลอดเวลา พวกเขาถูกรุมจีบจนชาชิน ถ้าคุณใช้วิธี “หว่านแห” เหมือนคนอื่น คุณก็จะกลายเป็นแค่ Noise (เสียงรบกวน) ในกล่องข้อความของเขา
หัวใจของการ Headhunt ไม่ใช่การ “ขายงาน” แต่มันคือการ “สร้างความสัมพันธ์” ครับ
Why it happens: ทำไมคนเก่งถึงไม่ตอบข้อความคุณ?
- Generic Message: ข้อความที่คุณส่งไปดูออกเลยว่า “ก๊อปวาง” ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าคุณทำการบ้านมาว่าเขาเก่งเรื่องอะไร หรือทำไมเขาถึงเหมาะกับตำแหน่งนี้จริงๆ
- Wrong Timing: คุณพยายามปิดการขายเร็วเกินไป ทั้งที่เขายังไม่รู้จักคุณ หรือยังไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องทิ้งบริษัทปัจจุบันที่เขาก็กำลังรุ่งอยู่
- Lack of Authority: คุณสื่อสารเหมือนพนักงานคีย์ข้อมูล ไม่ได้สื่อสารเหมือน “หุ้นส่วนทางกลยุทธ์” ที่เข้าใจทิศทางอุตสาหกรรมและอาชีพของเขา
มุมมองเชิงกลยุทธ์: การเข้าหาแบบ “Value-Driven Approach”
นักล่าระดับท็อปจะไม่ถามว่า “คุณหางานไหม?” แต่จะถามว่า “เส้นทางอาชีพที่คุณวางไว้ในอีก 3 ปีข้างหน้า มีอะไรที่คุณยังขาดอยู่ และผมจะช่วยเติมเต็มมันได้ไหม?”
คุณต้องเปลี่ยนสถานะตัวเองจากคนหางาน มาเป็น Career Agent (ตัวแทนดูแลอาชีพ) ของเขา คุณต้องรู้ว่าเขากำลังทำโปรเจกต์อะไร มีความสำเร็จอะไร และงานของคุณจะไป “ต่อยอด” ความสำเร็จนั้นได้อย่างไร
Practical Actions: 5 ขั้นตอนสะกิดใจ Passive Talent
- The “Hyper-Personalized” Opening: ประโยคแรกต้องพูดถึง “ผลงาน” ของเขาที่ผ่านมา เช่น “ผมเห็นบทความที่คุณเขียนเรื่อง AI Automation ใน LinkedIn แล้วประทับใจมาก มุมมองเรื่อง… ของคุณสอดคล้องกับโปรเจกต์ที่เรากำลังทำอยู่พอดี”
- Sell the “Problem,” Not the “Position”: คนเก่งชอบแก้ปัญหา อย่าบอกว่างานนี้สวัสดิการดี แต่ให้บอกว่า “เรากำลังเจอความท้าทายเรื่อง… และเราเชื่อว่าประสบการณ์ของคุณจะมาเป็นตัวเปลี่ยนเกม (Game Changer) ให้กับเราได้”
- Low Pressure, High Curiosity: อย่าชวนสัมภาษณ์ แต่ให้ชวน “คุยเล่น” หรือ “แลกเปลี่ยนความเห็น” เช่น “ผมอยากชวนดื่มกาแฟสั้นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องทิศทางตลาดปีนี้ โดยยังไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนงานครับ”
- Know Their “Pain Points”: ลองสืบดูว่าคนในตำแหน่งนั้นในบริษัทคู่แข่งมักจะอึดอัดเรื่องอะไร (เช่น ระบบช้า, วัฒนธรรมครอบครัวเกินไป) แล้วนำเสนอว่าบริษัทคุณ “แก้” ปัญหานั้นอย่างไร
- Be a Long-term Partner: ถ้าเขายังไม่พร้อมในวันนี้ อย่าตื๊อ แต่ให้รักษาความสัมพันธ์ไว้ (Keep in touch) ส่งบทความที่มีประโยชน์ไปให้ หรือทักทายในวันสำคัญ วันหนึ่งที่เขา “พร้อม” คุณจะเป็นคนแรกที่เขานึกถึง
Insight จากสนามจริง
มีกรณีที่ Headhunter ระดับโลกใช้เวลา “จีบ” ผู้บริหารคนหนึ่งนานถึง 2 ปี โดยเริ่มจากการส่งข้อมูลเจาะลึกอุตสาหกรรมที่ผู้บริหารคนนั้นสนใจไปให้ทุกเดือน จนกระทั่งวันหนึ่งที่บริษัทเดิมของผู้บริหารนั้นมีการเปลี่ยนโครงสร้างครั้งใหญ่ เขาจึงยกหูโทรหา Headhunter คนนั้นทันที
บทเรียน: ความอดทนและความสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญในการล่าตัว Star Player
Key Takeaways
- Personalization is everything: การบ้านที่คุณทำก่อนทัก คือความเคารพที่คุณมีให้ Candidate
- Strategic Partnering: วางตัวเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่พนักงานขาย
- Patience Wins: การล่าตัวคนเก่งคือเกมยาว ไม่ใช่เกมเร็ว
คำถามชวนคิดทิ้งท้าย: ถ้าวันนี้มีคนทักมาหาคุณเพื่อชวนเปลี่ยนงาน ข้อความแบบไหนที่จะทำให้คุณ “หยุดอ่าน” และ “ยอมตอบ” กลับไป? จงเขียนข้อความแบบนั้นแหละส่งไปหาคนเก่งที่คุณต้องการ