The Modern Recruiter — ตอนที่ 8 “The Art of Negotiation: เมื่อ ‘เงิน’ ไม่ใช่คำตอบเดียวในการดึงตัว Talent ระดับท็อป” โดย: NPS Support Service Team
คุณเคยไหมครับ? เจอ Candidate ที่เป๊ะทุกอย่าง สัมภาษณ์ผ่านทุกรอบ แต่สุดท้ายเขาปฏิเสธ Offer เพียงเพราะ “บริษัทอื่นให้เงินเยอะกว่า” หรือ “เขารู้สึกว่าข้อเสนอเราไม่เร้าใจพอ”
ในฐานะที่ปรึกษาจาก NPS Support Service ผมขอบอกว่าการเจรจาต่อรอง (Negotiation) ในยุคนี้ ไม่ใช่แค่การ “เกทับ” ด้วยตัวเลขเงินเดือน แต่มันคือการออกแบบ “Total Rewards” ที่ตอบโจทย์ชีวิตของเขาครับ
ทำไมการสู้ด้วย “เงิน” อย่างเดียวถึงเป็นกลยุทธ์ที่แพ้?
The Price War: ถ้าเขามาเพราะเงิน เขาก็จะไปเพราะเงินที่มากกว่าเสมอ คุณจะไม่มีวันได้ Loyalty ที่แท้จริง
Budget Limit: ทุกบริษัทมีเพดานงบประมาณ การแข่งที่ตัวเลขอย่างเดียวจะทำให้คุณเสียคนเก่งไปให้บริษัทที่กระเป๋าหนักกว่าเสมอ
Inner Needs: คนเก่งระดับท็อปมักมีรายได้ที่เสถียรอยู่แล้ว สิ่งที่เขาโหยหาอาจไม่ใช่เงินที่เพิ่มขึ้น 10-20% แต่เป็น “คุณภาพชีวิต” หรือ “โอกาส” บางอย่าง
3 เทคนิคปิดดีลคนเก่งแบบไม่ต้องใช้เงินเป็นตัวนำ
1. Flexibility is the New Currency ในโลกยุค Hybrid Work การให้ความยืดหยุ่นเรื่องเวลาหรือสถานที่ทำงาน (Remote Work) มีค่าเท่ากับเงินก้อนโตสำหรับคนที่มีครอบครัวหรือรักอิสระ ลองเสนอ “อิสระในการบริหารเวลา” เป็นส่วนหนึ่งของ Offer ดูครับ
2. Career Growth & Impact ขาย “อนาคต” ไม่ใช่แค่ “ปัจจุบัน” แสดงให้เขาเห็นว่าตำแหน่งนี้จะทำให้เขาเก่งขึ้นอย่างไร จะได้คุมโปรเจกต์ใหญ่แค่ไหน หรือมีเส้นทางสู่ตำแหน่งบริหาร (Path to Partner/Director) ที่ชัดเจนอย่างไร
3. Personalized Benefits เลิกใช้สวัสดิการแบบ One-size-fits-all ลองถามดูว่าอะไรคือ Pain point ในชีวิตเขา? เช่น งบประมาณด้านการศึกษาต่อ, ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมครอบครัว หรือแม้แต่โควตาวันลาพักร้อนที่มากขึ้น สิ่งเล็กๆ ที่ “ตรงใจ” มักทรงพลังกว่าเงินก้อนใหญ่ที่ “ทั่วไป”
Insight: การเจรจาที่สำเร็จ ไม่ใช่การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ แต่คือการทำให้ Candidate รู้สึกว่า “การร่วมงานกับคุณคือการลงทุนในอนาคตที่คุ้มค่าที่สุดของเขา”
คำถามชวนคิด: นอกจาก “เงินเดือน” แล้ว บริษัทของคุณมี “แต้มต่อ” อะไรอีกบ้างที่คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนแบบได้?
#SalaryNegotiation#TotalRewards#RecruitmentStrategy#NPSsupportService#TalentAcquisition#HRConsultant#WorkLifeBalance#Leadership
พรุ่งนี้พบกับ ตอนที่ 9: “Onboarding Experience” — วันแรกของพนักงานคือตัวตัดสินว่าเขาจะอยู่กับคุณ 4 เดือน หรือ 4 ปี!